Author: adminseotwo

สะพานท่าปายสะพานแห่งประวัติศาสตร์

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย อยู่ที่บ้านท่าปาย ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนถึงตัวอำเภอปาย ประมาณ 10 กิโลเมตร บนเส้นทางหมายเลข 1095 ถือเป็นหน้าด่านของอำเภอปาย สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย มีลักษณะคล้ายกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นเส้นทางเดินทัพจากเชียงใหม่ ผ่านอำเภอปายไปยังประเทศพม่า แต่เดิมนั้นเป็นสะพานไม้ ภายหลังสงครามสิ้นสุดทหารญี่ปุ่นถอยทัพกลับได้เผาทำลายสะพานไม้ทิ้ง และชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2516 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ สะพานถูกน้ำพัดหายไป ทางอำเภอจึงได้ขอสะพานเหล็ก นวรัฐ เดิมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นไม่ได้ใช้การแล้วมาใช้ทดแทน ซึ่งก็คือ สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ในปัจจุบัน สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงและอาวุธข้ามแม่น้ำปาย เข้าไปยังประเทศพม่า มีประวัติความเป็นมาดังนี้ พ.ศ. 2482 ความขัดแย้งเกิดขึ้นในวงกว้าง ครอบคลุมเกือบทุกประเทศ และทุกทวีปเกิดเป็นมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร และได้เคลื่อนกำลังพลเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพื่อลำเลียงเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์ต่างๆ โดยผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าโจมตีประเทศพม่า […]

Read More

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ แม่ฮองสอน

เมื่อฤดูหนาวเข้ามาเยือนเมืองแม่ฮ่องสอน ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอจะบานสะพรั่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา เยือน และชมความงดงาม ของท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยสีเหลืองส้มปกคลุมเต็มเทือกเขา ทุ่งบัวตองอยู่ในเขต บ้านสุรินทร์ ต.ยวมน้อย อ.ขุนยวม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณ ประมาณ 1,000 ไร่ และจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน พฤศจิกายน- ต้นเดือนธันวาคม เกือบสุดปลายทางถนน 108 ที่อำเภอขุนยวมใน ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมทุ่งดอกบัวตองบาน ทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีให้ชมเพียงปีละครั้งเท่านั้นทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวม 25 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีก แห่งหนึ่งของ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีลักษณะเป็นทิวเขาเขียวสูงขึ้นสลับด้วยทิวทุ่งดอกบัวตอง เหลืออร่ามทั่วพื้นเขา มีพื้นที่ประมาณ 500 กว่าไร่ เมื่อเดินขึ้น ไปยังดอยแม่อูคอแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวได้ทั่ว มีศาลาชมวิวที่ สร้างขึ้นไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยุ่หลายแห่ง ซึ่งจากศาลาชมวิว สามารถมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้ 360 องศา นอกจากนี้ในระหว่างทางชมทุ่งดอกบัวตอง ตรงจุดพักรถข้างทางใกล้หมู่บ้านก่อนถึง ดอยแม่อูคอประมาณ 2 กิโลเมตรนักท่องเที่ยวน้ำตกแม่ยวมหลวงน้ำตกแม่ยวมหลวงอยู่ห่างจากทุ่งดอกบัวตองประมาณ 11 กิโลเมตร จากตัวเมืองขุนยวมขับรถเลยแยกทางเข้า ดอย แม่อูคอประมาณ 500 เมตรจะถึงทางเข้าน้ำตก น้ำตกแม่ยวมหลวง […]

Read More

วัดพระธาตุดอยกองมู

   อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งมีความสำคัญกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างมากและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามท่ามกลายวิวภูเขาที่สวยงาม วัดพระธาตุดอยกองมู ตั้งอยู่บริเวณดอยกองมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เดิมทีวัดมีชื่อว่า วัดปลายดอน อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร วัดแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากแห่งหนึ่ง สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2403 วัดพระธาตุแห่งนี้มีลักษณะเด่นมากแห่งนี้คือ พระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ ตั้งตระหง่าอยู่บนยอดดอย เห็นเด่นชัดมาก แต่เดิมวัดพระธาตุดอยกองมู นั้นมีชื่อว่า วัดปลายดอน ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ตามชื่อของดอยคือ ดอยกองมู ซึ่งคำว่า กองมูนั้นมาจากภาษาไทยใหญ่แปลว่า พระเจดีย์ ภายในวัดพระธาตุนั้นมีศิลปะออกแบบในรูปแบบของพม่าที่สวยงาม ซึ่งประกอบด้วยเจดีย์องค์ใหญ่ 2 องค์ ซึ่งภายในบรรจุอัฐธาตุของพระมหาโมคคัลลานะเถระ โดยอัฐธาตุดังกล่าวถูกอันเชิญมาโดยชาวเมืองตองกี่ ซึ่งอันเชิญมาจากเมืองมะละแหม่ง ของประเทศเมียร์มาร์ เป็นเจดีย์ทรงลักษณะออกแบบมอญ อีกทั้งภายในวัดยังมีการออกแบบศิลปะผสมผสานกันระหว่างไทย-พม่าด้วย นักท่องเที่ยวสามารถมาสักการะพระธาตุได้ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงค่ำ โดยการสักการะนั้น สักการะองค์พระธาตุด้วยพานดอกไม้ ธูป เทียนบูชาซึ่งทางวัดจัดให้แล้ว และวิธีสักการะคือ นำเครื่องสักการะเดินเวียนขวารอบพระธาตุ 3 รอบ จากนั้นจึงนำเครื่องสักการะทั้งหมดไปวางหน้าพระประจำวันเกิดของตน หลังจากสักการะพระธาตุแล้ว ยังสามารถมองเห็นวิวรอบเมืองแม่ฮ่องสอนได้สวยงาม

Read More

พระตำหนักปางตอง

   นอกจากแหล่งท่องเที่ยงที่งดงามและสำคัญอย่างเช่น อ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง แล้ว ยังมีสถานที่หนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันอย่าง พระตำหนักปางตอง หรือ โครงการศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริตั้งอยู่ที่ ตำบลหมอกจำแป่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งสถานที่ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งศึกษาของชาวบ้าน โดยใช้เนื้อที่กว่า 5,353 ไร่ ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2523 โดยเริ่มมาจากพระราชดำริ ของพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเลือกพื้นที่สำหรับแหล่งศึกษาวิถีชีวิต การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์เมืองหนาว แก่ชาวบ้าน ชาวไทใหญ่ ชาวกะเหรี่ยง และชาวจีนฮ่อ ซึ่งดำรงอาชีพโดยการตัดไม้และปลูกฝิ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก โดยโครงการดังกล่าวเพื่อให้ชาวบ้านหันมาทำไร่นา ปลูกพืช โดยไม่ทำลายธรรมชาติ ภายในโครงการประกอบด้วยจุดต่างๆดังนี้ ศาลทหารเสือ และศาลมหาราช ซึ่งตั้งอยู่ก่อนที่ถึงจุดพระตำหนักโดย นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งศาลมหาราชนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ทรง กรีธาทัพไปตีได้เมือง หงสาวดี เมื่อราว 400 ปีก่อน สันนิฐานว่าพระองค์กำลังยกทัพไปตีเมืองตองอู ต่อ แต่กองทัพยังไม่พร้อมในการขนส่งเสบียง จึงยกเลิกการโจมตีดังกล่าว นอกจากนี้ภายในยังมีสถานที่ชมแกะเลี้ยง ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆให้ชมคือ ชมคอกแกะ […]

Read More

วัดจองคำ วัดจองกลาง พระอารามคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน

   สถานที่หนึ่งที่เป็นที่สัการะบูชาของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นอย่าง วัดจองคำ และวัดจองกลาง เป็นวัดเก่าแก่ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน วัดจองคำและวัดจองกลางเปรียบเสมือนวัดแฝด เนื่องจากตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกันเมื่อเราเข้าเดินภายในจะเห็นว่า มองจากกำแพงด้านหน้า วัดจองคำ อยู่ซ้ายมือ และวัดจองกลางอยู่ขวาเมือง วัดทั้งสองแห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมที่มีมายาวนานของแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นแหล่งที่ยืดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนหลายเชื้อชาติในจังหวัดแห่งนี้ วัดจองคำ เป็นพระอารามหลวง ซึ่งชาวแม่ฮ่องสอนจะเรียกกันอีกชื่อว่า หนองจองคำ เนื่องจากวัดจองคำนั้นตั้งอยู่ติดกับริมน้ำ สันนิฐานว่าวัดจองคำถูกสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2340 ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดและเป็นวัดแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้น ตัววัดออกแบบอย่างศิลปะไทใหญ่ ประกอบด้วยหลังคาทรงปราสาท 9 ชั้น ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 ซึ่งเป็นพระพุทธองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด รวมถึงภายในมีศิลปะต่างๆที่ งดงามจำนวนมาก วัดจองคำ ได้ชื่อมาจากเสาของวัดที่ประดับด้วยทองดำเปลว จึงถูกเรียกว่า วัดจองคำ วัดจองกลาง ตั้งอยู่บริเวณข้างๆกับ วัดจองคำ สันนิฐานว่าถูกสร้างในสมัยใกล้เคียงกัน โดยวัดจองกลางนั้นด้านในมีจิตรกรรมที่งดงามรวมถึงภาพวาดบนแผ่นกระจก เรื่องพระเวสสันดรชาดกและภาพประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ อีกทั้งยังมีภาพวาดที่บอกถึงความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนด้วย ภายในวิหารมีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลอง ไว้เป็นที่สักการบูชาของชาวเมืองด้วย รวมถึงมีรูปปั้นแกะสลักโดยฝีมือช่างชาวเมียร์มาร์ด้วย  

Read More

ปางอุ๋ง สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต

  ปางอุ๋ง สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ท่ามกลางต้นสนที่สูงใหญ่ และอ่างเก็บน้ำ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทำให้ปางอุ๋งกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของคนเมืองที่เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่สดชื่น แต่ในอดีตนั้น สถานที่แห่งนี้ยังไม่เหมือนดังที่เห็นในปัจจุบัน ปางอุ๋ง หรือในชื่อเต็มว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 ตั้งอยู่ที่ ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในอดีตนั้นก่อนจะเป็นปางอุ๋งในปัจจุบัน ภูเขาและผืนป่าดังกล่าวถูกรุกล้ำ ป่าไม้หายไปจนหมดสิ้น ประมาณการว่า พื้นที่ที่มีการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าเป็นเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งชาวบ้านตัดไม้เพื่อใช้ในการทำไร่นา และปลูกฝิ่น ต่อมาผลกระทบของการตัดไม้นั้นส่งผลให้เกิดน้ำท่วม และดินถล่มบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาไม่นานได้มีคณะของสำนักพระราชวังเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว และนำกลับมากราบบังคมทูลแก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ต่อมาท่านทรงเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวขาดความสมดุลของธรรมชาติ และความเสียหายดังกล่าวนั้นจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในอนาคต  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลฯ จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ พลเอกปิ่น ธรรมศรี หัวหน้าคณะทำงานส่วนพระองค์ในขณะนั้นให้ดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำปางตองขึ้น และทำการฟื้นฟูสภาพป่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2527 ปัจจุบัน สภาพพื้นป่าบริเวณอ่างเก็บน้ำคืนสภาพสมบูรณ์แล้ว และแหล่งธรรมชาติที่งดงามแห่งหนึ่งของไทยและตั้งชื่อว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง ซึ่งภายในประกอบด้วยป่าสนจำนวนมาก อ่างเก็บน้ำที่มีน้ำใช้ตลอดปี ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปกางเต้นท์ […]

Read More

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอน 2

   หลังจากประชุมกัน ทั้งชาวบ้านและเจ้าแก้วเมืองมาต่างก็ตกลงว่าจะทำให้พื้นที่นี้เป็นหมู่บ้านขึ้น โดยเจ้าแก้วเมืองมา ได้แต่งตั้งหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ชื่อว่า พะกาหม่อง ให้มีหน้าที่คอยดูแล ควบคุม หรือเรียกว่า ผู้ใหญ่บ้าน นั่นเอง โดยพะกางหม่องได้ชักชวนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่นั้นมา ตั้งหมู่บ้านรวมกัน เพื่อคอยช่วยเหลือและดูแลกัน ไม่นานหมู่บ้านนี้ก็สร้างเสร็จโดยใช้ชื่อว่า บ้านโป่งหมู เนื่องจากในบริเวณนั้นมีหมูป่ามากินโป่งจำนวนมาก ปัจจุบัน บ้านโป่งหมู ถูกเรียกว่า บ้านปางหมู ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ต่อมาเมื่อ บ้านโป่งหมู มีผู้คนอาศัยจำนวนมากขึ้น ทางพะกาหม่อง เองก็อยากให้ชาวบ้านมีรายได้ จึงชักชวนแกโสม บุตรเขย ไปตัดไม้สักซึ่งมีราคาดีสามารถนำไปขายที่ประเทศพม่าได้ โดยนำล่องไปตามลำน้ำสาละวิน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม ไม่นานก็มีการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นอีกแห่งหนึ่งคือ บ้านแม่ฮ่องสอน ต่อมาทั้งสองหมู่บ้านเริ่มมีผู้คนอาศัยอย่างหนาแน่นมาก และได้มีการขยายอาณาเขตออกไปอีก  และในช่วงปี พ.ศ. 2433 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการกำหนดหัวเมืองใหม่ขึ้นเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และในปี 2475 ได้มีการแต่งตั้งเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงถึงปัจจุบัน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์อย่างมาก ส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขาสลับชั้นที่สูงชัน การเดินทางนั้นมีเพียง เดินทางด้วยรถยนต์ […]

Read More

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอน 1

  แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือของประเทศไทย อยู่ติดกับอาณาเขตชายแดนไทย – เมียร์มาร์เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชาวจังหวัด ที่มีหลากหลายเชื้อชาติ นอกจากนั้นยังมีภูมิศาสตร์ที่มีลักษณะเฉพาะของประเทศด้วย จังแม่ฮ่องสอนนั้นมีเนื้อที่ประมาณ 12,681.259 ตร.กม. มีประชากรน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆทางภาคเหนือ  แม่ฮ่องสอนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2417 โดยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ พระเจ้านครเชียงใหม่ ในอดีตที่ผ่านมานั้น แม่ฮ่องสอนเป็นเพียงหมู่บ้านของชาวเขา ซึ่งหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ห่างไกลพื้นที่ราบมากๆ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของแม่ฮ่องสอนนั้นประกอบด้วยเทือกเขาสูง การเดินทางค่อนข้างลำบาก ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่นั้นจะเป็นชาวไทยใหญ่ ที่อาศัยบริเวณพื้นที่ราบเชิงเขา และชาวกระเหรี่ยง ลัวะ มูเซอ จะอาศัยตามยอดดอยต่างๆ โดยส่วนมากผู้คนมักอาศัยอยู่ใกล้กับเขตแม่น้ำสาละวิน ซึ่งมีอาณาเขตติดกับ รัฐฉาน ของพม่า ต่อมาราวปี พ.ศ. 2374 หรือสมัยเจ้าหลวงพุทธวงศ์ ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น ได้ให้หมอควาญช้างออกเดินทางนำช้างป่ามาฝึกเพื่อใช้ในการศึก และเป็นพาหนะเดินทางด้วย ซึ่งทางแก้วเมืองมา จึงยกขบวนเดินทางไปยังเมืองปาย โดยเดินทางเลาะไปตามลำน้ำปาย เมื่อไปถึงเขาสังเกตว่าบริเวณทางทิศใต้ของลำน้ำปายนั้นเป็นป่าดงว่างเปล่า และเป็นดินโป่งที่มีหมูป่าลงมากินโป่งชุกชุมซึ่งในบริเวณดังกล่าวอุดมสมบูรณ์มากรวมถึงเป็นแหล่งธรรมชาติ เหมาะสำหรับที่อยู่อาศัย เจ้าแก้วเมืองมาพิจารณาว่า ควรตั้งเป็นหมู่บ้าน เจ้าแก้วเมืองมา จึงเรียกชาวบ้านในบริเวณนั้นทั้ง ชาวไทใหญ่  และกะเหรี่ยง มาประชุมกัน […]

Read More